Review :: ทริปเชียงใหม่-อ่างขาง ขับคนเดียวเที่ยวครั้งแรก

หลังจากที่ติดตามห้อง BluePlanet ในพันทิปมานาน และก็ตัดสินใจได้ว่าปีนี้จะพาครอบครัว (แม่ น้อง และแฟน) ไปเที่ยวเชียงใหม่-อ่างขางกัน ด้วยความที่ไม่เคยขับรถไปด้วยตนเองมาก่อน เลยอาศัยดูข้อมูลจากในพันทิปและดูแผนที่จาก Google ครับ ตอนแรกก็วางแผนว่าจะไปน่านและแพร่ด้วย แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด(เพียง 3 วัน) เลยจำเป็นจะต้องตัดออกไปครับ โดยการเดินทางที่วางแผนไว้ก็ตามรูปด้านล่างนี้เลย

way_angkhang

หลังจากออกเดินทางจาก จ.อยุธยา เวลาประมาณ 8.30 น. ขับรถไปทางสาย 340 (สุพรรณบุรี) และไปเข้าสาย 1 ที่ชัยนาทครับ มุ่งหน้าไปลำปางก่อนเลย เพราะตั้งใจจะไปไหว้พระธาตุลำปางหลวงกัน ซึ่งเป็นพระธาตุสำหรับคนเกิดปีฉลู และเป็นทางผ่านที่จะไปเชียงใหม่ด้วย ขับไปด้วยความเร็วประมาณ 100 km/hr ก็ไปถึงพระธาตุลำปางหลวงเวลาประมาเกือบบ่ายสี่โมงเย็นครับ ทางไปพระธาตุก็ไม่ยากอะไร มีป้ายบอกทางตลอด

2012-12-14 15.45.17

 [14-16 ธ.ค. 2555] ทริปเชียงใหม่-อ่างขาง

ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เดินทางออก และมุ่งหน้าไปเชียงใหม่โดยเข้าถนนหมายเลข 11 ครับ ทางขับไปก็เริ่มขึ้นเขาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการขับรถอะไรมานักครับ ไปถึงเชียงใหม่ก็ประมาณหกโมงเย็นพอดี และก็พักที่บ้านป้าที่ในเมืองเชียงใหม่เป็นคืนแรก

พอตอนเช้าเราก็ออกลุยกันเลยครับ โดยไปไหว้พระที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหารครับ ซึ่งเป็นพระธาตุสำหรับคนที่เกิดปีมะโรง และอยู่ในเมืองพอดี

2012-12-15 09.19.18

ถัดกันไม่ไกลจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหารมากนัก ก็จะมีวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อยู่ครับ ซึ่งก็น่าไปและสวยงามไม่แพ้กัน

2012-12-15 10.05.59

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นดอยสุเทพครับ  วันนั้นเป็นวันเสาร์ คนก็เยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ถือว่าเบียดเสียดกันมากนัก จำได้ว่าเคยไปเที่ยวนานมากแล้ว ตอนนั้นยังต้องเดินขึ้นบรรไดอยู่เลย แต่ตอนนี้มีลิฟต์แล้วครับ (ผมก็เลยขึ้นลิฟต์) อ่อลืมบอกไป พระธาตุดอยสุเทพเป็นพระธาตุประจำปีมะแมครับ

2012-12-15 11.53.29

หลังจากไหว้พระธาตุดอยสุเทพแล้วก็เวลาประมาณบ่ายโมง ก็เลยรีบลงจากพระธาตุ และก็เที่ยงในเมืองนิดหน่อย และก็ออกเดินทางสู่ดอยอ่างขางเวลาประมาณบ่ายสามโมงเย็นครับ

การเดินทางไปดอยอ่างขาง เป็นการขับรถที่หนักที่สุดในชีวิตของผม เพราะเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวและขึ้นลงเขาที่ชันตลอด อีกทั้งยังต้องขับรถอย่างระมัดระวังเพราะมากันทั้งครอบครัวครับ และก็ไม่ได้เตรียมใจมาพบกับเส้นทางแบบนี้ด้วย เพราะคิดว่าคงเป็นทางเส้นตรงตลอด เฮ่อ!! เส้นทางที่ผมใช้ก็เป็นเส้นทาง 107 ครับ ไปขึ้นดอยอ่างขางตรงหลักกิโลเมตรที่ 137 ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่พักที่ผมติดต่อไว้บอกว่าทางนี้ขึ้นง่ายและใกล้ที่สุด

หลังจากขับรถมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 137 เห็นป้ายทางเข้าอ่างขางแล้วดีใจมาก เพราะป้ายบอกว่าอีก 25 กิโลเมตรจะถึงแล้ว และเวลาตอนนั้นก็ห้าโมงเย็นใกล้มืดแล้วด้วย แต่พอขับเข้าไปซักพักปรากฎว่า…

ไม่อยากจะบรรยายครับ มันโหดร้ายมาก เพราะทางทั้งชันทั้งคดเคี้ยวกว่าที่เจอมาระหว่างทางมาก แต่ไม่ใช่ว่าขับไม่ไหวนะครับ แต่กลัวรถจะไม่ไหวมากกว่า แต่ในที่สุดน้องหมูหวาน (mazda2) ก็มามาถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยเวลาประมาณหกโมงครึ่งครับ (มืดพอดี) และก็เข้าที่พักได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

2012-12-15 18.23.17

วิวด้านหน้าห้องพักยามค่ำคืนครับ มองเห็นเมืองอ่างขางเล็กๆ อันสงบสุข

ภายในตลาดอ่างขางยามค่ำคืนครับ อากาศค่อนข้างหนาวมาก ประมาณ 8 องศา

ภายในตลาดอ่างขางยามค่ำคืนครับ อากาศค่อนข้างหนาวมาก ประมาณ 8 องศา

หลังจากเดินเที่ยวตลาด ซื้อของกิน แล้วเราก็เข้าที่พักครับ ที่พักที่ผมจองไว้ชื่อบ้านพักคุณบรรจงครับ ห้องใหญ่ เตียงใหญ่ เราไปกันสี่คนครับ นอนกันสบายๆ มีน้ำอุ่นพลังงานแก๊ส แต่ไม่เป็นอันตรายครับ

มีทีวี ชัดเจนมากครับ

มีทีวี ชัดเจนมากครับ

เตียงนอนครับ มีผ้าห่มให้เพียงพอ (ดูไม่เรียบร้อยหน่อย เพราะถ่ายตอนตื่นนอน)

เตียงนอนครับ มีผ้าห่มให้เพียงพอ (ดูไม่เรียบร้อยหน่อย เพราะถ่ายตอนตื่นนอน)

ห้องน้ำพลังงานแก๊สครับ น้ำไม่อุ่นนะ แต่ร้อนมาก

ห้องน้ำพลังงานแก๊สครับ น้ำไม่อุ่นนะ แต่ร้อนมาก

ใครที่จะไปเที่ยงอ่างขางก็รีบโทรจองนะครับ เพราะกว่าผมจะหาที่พักได้ก็โทรไปหลายที่มาก แต่ก็โชคดีที่ที่นี่ว่างอยู่ ถ้าไปพักหรูกว่านี้อาจจะต้องโทรจองล่วงหน้าหลายเดือน

ตื่นนอนตอนเช้าเค้าจะมีข้าวต้ม กาแฟ โอวัลตินให้ครับ แต่ผมรีบไปดูหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น เลยยังไม่ทาน และรีบขับรถขึ้นไปบนจุดชมวิวกัน แต่ก่อนไปขอเก็บรูปภาพที่พักและหน้าที่พักมาฝากกันก่อน

บ้านพักคุณบรรจงครับ

บ้านพักคุณบรรจงครับ

วิวหน้าที่พักครับ

วิวหน้าที่พักครับ

ตลาดบนจุดชมวิวครับ

ตลาดบนจุดชมวิวครับ

ทะเลหมอก รอพระอาทิตย์ขึ้น

ทะเลหมอก รอพระอาทิตย์ขึ้น

พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

เช้านี้ฝากท้องไว้ที่นี่

เช้านี้ฝากท้องไว้ที่นี่

เจ้าของร้านนี้บอกว่าถ้าจะไปเก็บสตอเบอรี่ต้องขับรถไปอีก 4 กิโล ไปที่ใกล้ที่สุดคือบ้านขอบด้ง และถ้าไปอีก 8 กิโลก็จะเป็นบ้านนอแล ซึ่งเป็นสุดเขตแดนประเทศติดกับพม่าพอดี แต่ไปตอนนี้เค้าก็เก็บสตอเบอรี่ไปขายหมดแล้ว ต้องไปแต่เช้ามาก (อ้าว แล้วเพิ่งมาบอก) แต่ด้วยความอยากเห็นไร่สตอเบอรี่ เลยขับรถไปอีก 4 กิโลครับ ไปที่บ้านขอบด้ง ซึ่งเค้าก็เก็บหมดแล้วจริงๆ

ระหว่างทางไปบ้านขอบด้ง

ระหว่างทางไปบ้านขอบด้ง

ไร่สตอเบอรี่ที่บ้านขอบด้ง

ไร่สตอเบอรี่ที่บ้านขอบด้ง

สตอเบอรี่ไปไหน?

สตอเบอรี่ไปไหน?

หลังจากถ่ายรูปไร่สตอเบอรี่เสร็จก็กลับไปที่อ่างขางต่อครับ มุ่งหน้าไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางกัน ที่นี่มีมุมให้ท่องเที่ยว ถ่ายรูปเยอะเลย แต่เค้าว่าดอกไม้ยังไม่บานมาก แต่สำหรับผมได้มาเห็นแค่นี้ก็สุขใจเต็มที่แล้วครับ

ถ่ายรูปกับน้องหมูหวานที่พาพวกเรามาเที่ยว

ถ่ายรูปกับน้องหมูหวานที่พาพวกเรามาเที่ยว

น้อง แม่ และแฟน ครับ

น้อง แม่ และแฟน ครับ

สวน 80 ปี

สวน 80 ปี

ชอบตรงนี้มากที่สุดเลย

ชอบตรงนี้มากที่สุดเลย

สดชื่นครับ

สดชื่นครับ

อีกมุมหนึ่ง

อีกมุมหนึ่ง

หลังจากถ่ายรูปกันจนถึงสิบโมง เราก็เดินทางกลับกันครับ ตอนกลับนี่ก็ง่ายหน่อย ลงเขาอย่างเดียวเลย แต่แนะนำว่ามือใหม่ควรใช้เกียร์ต่ำสุดและกดปุ่ม Hold ด้วยนะครับ อย่าเบรคตลอดทาง เดี๋ยวเบรคจะไหม้ซะก่อน

หลังจากไปเที่ยวครั้งนี้ถึงแม้จะเป็นการขับรถที่เหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีความสุขมากครับ เหนื่อยก็พัก ง่วงก็แวะปั้ม และคิดว่าต้องไปอีกแน่นอน หวังว่าเพื่อนๆ ที่อยากจะไปเที่ยวเหนือในหน้าหนาวนี้คงจะได้แนวทางและประโยชน์จากโพสนี้บ้างนะครับ

ขอให้การเที่ยวเหนือหน้าหนาวไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหนขอให้เดินทางปลอดภัยและมีความสุขมากๆ ครับ

ผมรักอ่างขาง

ผมรักอ่างขาง

You may also like...

Leave a Reply

7 Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.